simply's profileSimplyPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 28

    ไม่ไกลกันเกินปาย

    paii

    "ไม่ไกลกันเกินปาย

    คุณเคยออกเดินทางเพื่อใครบ้างไหม??? ถ้าไม่เคย นวนิยายโรแมนติคขันขื่นเรื่องนี้

    จะทำให้คุณเห็นว่า เมื่อต้องออกเดินทางเพื่อใครสักคนเพียงลำพัง  คุณต้องหยิบอะไรใส่กระเป๋า

    และพกอะไรใส่หัวใจไปบ้าง

     

    "ไม่ไกลกันเกินปาย"   เล่าเรื่องการเดินทางของชายผู้หนึ่ง  ซึ่งอยู่ดีๆก็หอบกระเป๋าจากกรุงเทพ

    มุ่งหน้าสู่ "อำเภอปาย"  เพียงลำพัง  เพื่อต้องการซ่อมแซมความหลังของตัวเอง

    อีกทั้งเขายังสำคัญตนไปว่า การเดินทางครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบัลดาลใจ ให้ผู้หญิงคนหนึ่ง

    ที่เขาแอบรักหมดหัวใจ

    สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ

    เรื่อง :  วนิศา  เรซ
    คัดลอก  จาก  Post  Today
            บางครั้งในชีวิตประจำวัน  เรารู้สึกว่ามีหน้าที่หลายอย่างที่เรา ต้องทำ ทั้งๆที่ขี้เกียจแสนขี้เกียจ หรือเหนื่อยแสนเหนื่อยจากการทำงาน
           เช่น การล้านจาน  การท่องหนังสือ  การนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์   สิ่งเหล่านี้ดูธรรมดาและดูเหมือนเป็น หน้าที่ที่เราต้องทำ ทั้งๆที่บางครั้งทำให้เราหงุดหงิดพอควร
           ตัวหนูดีเป็นคนเกลียดการล้านจานมากเพราะไม่ชอบความเหนอะของคราบอาหารและความสากมือหลังจากล้างเสร็จ
                        จนกระทั่งวันหนึ่งหนูดีได้ไปปฏิบัติธรรม ในแบบวิถีเซน  การไปอยู่วัดครั้งนั้นทุกคนต้องล้างจานเอง    พระสอนว่า....  เวลาเราล้างจาน
                        เราต้องการอะไรจากการล้างจาน  คำตอบของหนูดีคือ เราต้องการให้จานสะอาด (มันชัดเจนอยู่แล้วใช่มั้ยคะ )  
           แต่ท่านบอกว่า ตอบผิดค่ะ   ท่านต่อว่า ต่อไปนี้ขอให้ล้างจานเพื่อล้างจานได้มั้ย
         ทำไมต้อง  ล้างจานเพื่อล้างจาน   กว่าหนูดีจะเข้าใจและทำได้ เวลาก็ผ่านไปนานแสนนาน  เคล็ดลับอยู่ตรงนี้เองค่ะ
               หากเราล้างจานเพื่อต้องการให้จานสะอาด ก็เหมือนกับเราโยนปัจจุบันทิ้งแล้วรอให้ความสุขเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปัจจุบันคือความทุกข์ที่ต้องอยู่กับจานสกปรก   
             เราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อจานสะอาดแล้วเท่านั้น .. สรุปว่าใช้ชีวิตแค่กับเป้าหมายรอให้เป้าหมายเป็นผลแล้วแล้วค่อยยอมปล่อยใจให้เป็นสุข         
              แต่หากเราเปลี่ยนมาเป็น  ทำใจให้เป็นสุขในขณะล้างจาน จิตจดจ่ออยู่กับน้ำ ฟองน้ำและจาน ...เป็นสุขอยู่ตรงนั้น
                                  ในการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุข ....หนูดีคิดว่าเราต้องแยกให้ออกระหว่างวิถีและเป้าหมายก่อน
                คนส่วนใหญ่มักเอาความสุขไปผูกกับ เป้าหมาย  แต่หลงลืมว่า เวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตอยู่ที่  วิถี ในการไปถึงเป้าหมายนั้น
                ดังนั้นการกลับมาปรับ วิถี  ให้เรามีความสุขขึ้นในระหว่างทาง กลับทำให้ดัชนีความสุขมวลรวมของเราเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก 
                เมื่อหารเฉลี่ยทั้งชีวิตแล้วเราน่าจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกมากนะคะ  หนูดีเลยมีกฎการใช้ชีวิตว่า  วิถีคือเป้าหมาย   คือทำใจให้สุขเป็นประจำวัน 
                มีสุขในวิถี นั่นคือเป้าหมายของหนูดี  
                ส่วนเป้าหมายใหญ่ๆ ภายนอกยังมีอยู่ค่ะ ไม่ได้ทิ้งหายไปไหน  หนูดียังคงวางแผนชีวิตและมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่เช่นเดิมอาจจะดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ  
                และหนูดีไม่รอให้ เป้าหมายสำเร็จ   แล้วค่อยเป็นสุข ... ไม่มีกฎอะไรกำหนดนี่คะว่าว่าต้องรอ ก็เลยขอเป็นสุขเรื่อยๆดีกว่า
                        ท่าน ติช นัท ฮัทท์  พูดเรื่องนี้ไว้ดีมาก ...หนูดีเอามาเขียนเตือนใจตัวเอง ในหนังสือ ขอบคุณสรรพสิ่ง  ที่เขียนก่อนนอนเลยค่ะว่า 
     ปาฏิหาริย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำหรือ  หรือบินอยู่บนอากาศ  แต่ปาฏิหาริย์คือการเดินอยู่บนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว    
     หนูดีเห็นด้วยอย่างมาก เพราะชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง ธรรมดา  เช่น ตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถไปทำงาน กินข้าวเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ   
     ตอนเย็นกลับมาก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ      ใส่ชุดธรรมดาๆ  หน้าตาเราหรือก็ธรรมดา ... ใช่ค่ะ เราส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดากันทั้งนั้น
    แต่ถ้า ความธรรมดานี้หมดไปล่ะคะ  เช่น อยู่ดีๆลูกเราเกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือสามีเราถูกรถชนตาย  หรือเราถูกไล่ออกจากงานที่เบื่อแสนเบื่อ  ...
    รื่องก็จะ ไม่ธรรมดาไปในทันที  และในเวลานั้นเอง เราจะมาหวนคิดเสียดายความเป็น ธรรมดา   จนใจแทบขาด  หนูดีไม่ได้พูดเองเออเองนะคะ 
    แต่เพราะหนูดีอยู่ในอาชีพที่ได้เห็นความพลัดพรากสูญเสียในครอบครัวมาเยอะมาก  จนเกิดเป็นกฎประจำใจเลยว่า  ให้เรารีบชื่นชมกับความ ธรรมดา
    ที่เรามีและใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล เพราะสิ่งธรรมดาแท้จริงแล้วคือสิ่งที่พิเศษที่สุดแล้วค่ะ
    วันนี้ หนูดีขอชวนแฟนๆคอลัมน์ ลองมองหาสิ่งธรรมดาสักสองสามสิ่ง ที่เรามองข้ามไป แล้วลองคิดขอบคุณเค้ามั้ยคะ
    เช่น  วันนี้เราไม่ปวดฟันเลย ขอบคุณฟันที่อยู่ปกติ   หรือวันนี้ลูกของเรายังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า เรามีความสุขจัง
    หรือแม้แต่ วันนี้รถของเรายังไม่ถูกชน โชคดีจังเลย 
    สุขสันต์วันธรรมดาๆ...อีกหนึ่งวันนะคะ
    March 25

    360 องศา

     

    คนก็เป็นเหมือนวงกลม มีหลายด้านหัยมอง

     .... มี ให้เดินค้นหา หัยมองเห็น

     แต่คนเรามักจะหยุดอยู่แค่องศาแรกที่มองเห็น

      และยึดติดว่าสิ่งที่เห็นสิ่งที่เรียนรู้ในด้านนั้น เป็นทุกๆๆอย่างของคนๆนั้นไปเสียทั้งหมด

       แต่เมื่อคนคนนั้น เริ่มหมุน เปลี่ยนมุมมอง ทิศทางให้ได้ดู ให้ได้เห็นได้รับรู้บ้าง กลับบอกว่าเค้าเปลี่ยนไป

        ฉะนั้น ... การจะรู้จักคบหาใครสักคน ต้องเดินวนให้ครบ 360 องศา ก่อนใช้มั๊ย

           ถึงจะสามารถรู้ให้ได้ว่าคนคนนั้น  มีกี่มุมให้ได้มอง